[FIELD TEST REVIEW] RICOH 35FM

สวัสดีครับ  วันนี้ยังคงอยู่กับการรีวิวกล้องฟิล์มแบบ Compact จาก Ricoh อาจจะเป็นกล้องที่หลายๆ คนมองผ่าน แต่ส่วนตัวผมนั้นชื่นชอบเป็นพิเศษ จากที่ลองได้สัมผัสกับกล้องจากแบรนด์ที่ชื่อว่า Ricoh หลายครั้งที่เจอว่ามันเป็นกล้องธรรมดา ที่ไม่ค่อยธรรมดา ครั้งนี้จะเป็นการรีวิวกล้อง “Ricoh 35FM”

DSC_4533

 

Ricoh 35FM ตัวนี้เป็นกล้องที่ผลิตใน Taiwan ในช่วงปี 1983 โดยทำตลาดในต่างประเทศ จึงไม่มีวางขายในประเทศญี่ปุ่น ตัว 35 FM นั้นเป็นกล้องคอมแพ็คแบบ Full Automatic มีระบบวัดแสงแบบ CdS ใช้แบต PX675 1.35v จำนวน 1 ก้อน แต่ก็สามารถนำแบต LR44 ขนาด 1.5v  มาใส่ได้พอดี การโฟกัสนั้นใช้การโฟกัสแบบ Zone Focusing หรือกะระยะโฟกัสเอง

cover-1

Ricoh 35FM ใช้เลนส์ Color Rikenon 40mm ขนาดรูรับแสงกว้างสุด F2.8 และแคบสุด F22 ใช้ชัตเตอร์แบบแมคคานิคส์ มีความเร็วชัตเตอร์คงที่ที่ 1/125 วินาที  มีระบบวัดแสงแบบ CdS ในการควบคุมขนาดรูรับแสงอัตโนมัติ สามารถปรับค่าความไวแสง ISO 25 – 400 มีระยะโฟกัสใกล้สุด 0.9m มีน้ำหนักอยู่ที่ 350g

Untitled-1

การใช้งานเบื้องต้นนั้น สำหรับกล้องแบบ Full Automatic เราแค่ใส่ฟิล์ม ตั้งค่า ISO จากนั้นโฟกัส แล้วก็กดชัตเตอร์ เป็นอันจบ  แต่ถ้าเขียนเท่านี้มันก็จะสั้นเกินไป งั้นมาว่ากันละเอียดขึ้นอีกหน่อย เริ่มจากการเปิดฝาหลัง ใช้วิธียกก้านกรอฟิล์มขึ้นเพื่อปลดล็อคฝาหลัง  การตั้งค่า ISO สามารถปรับได้จากวงแหวนที่อยู่ด้านหน้าเลนส์ โดยมีช่องบอกค่า ISO อยู่ด้านล่าง โดยปรับได้ทีละ 1 stop คือ 25 – 50 – 100 – 200 – 400 ต่อมาการโฟกัส ตัว 35FM นั้นใช้การโฟกัสแบบกะระยะเอง โดยมีตัวเลขบอกระยะห่างเป็นหน่วยเมตร  และฟุตที่ด้านใต้ของเลนส์ นอกจากนี้ทาง Ricoh ได้มาร์ครูปไว้ 4 ระยะ สำหรับถ่ายที่ระยะต่างๆ เพื่อกะได้ง่ายขึ้น

ต่อมาในส่วนของช่องมองภาพ ด้านในจะมีเข็มวัดแสง พร้อมบอกขนาดรูรับแสงที่กล้องเลือกใช้ ตั้งแต่ 2.8 ถึง 22 เราเพียงแค่จัดเฟรมและกดชัตเตอร์ ข้อควรระวัง คือ หากเข็มตกไปอยู่โซนด้านล่างสุด หมายถึงแสงไม่พอนะครับ แต่ก็ยังสามารถกดชัตเตอร์ได้อยู่ และอีกอย่าง คือ กล้องวัดแสงตลอดเวลา ไม่มีปุ่มเปิดปิด หรือกดชัตเตอร์เพื่อวัดแสง

000007

สำหรับการทดสอบครั้งนี้ ใช้ฟิล์ม Kodak ColorPlus 200 โดยทดสอบใช้งานหลังจากได้รีวิวกล้อง Minolta Hi-Matic F ไป จึงตั้งใจเลือกฟิล์มชนิดเดียวกัน และล้างสแกนจากที่เดียวกัน เพื่อให้พอสามารถเปรียบเทียบกันได้

กับคำถามยอดฮิต หน้าชัดหลังเบลอ ทำได้มั้ย  ก็ขอตอบแบบเดิมครับ ว่าสำหรับกล้องคอมแพ็คออโต้ที่ควบคุมอะไรไม่ได้แบบนี้ อย่าไปหวังอะไรครับ  แถมเลนส์ก็ระยะ 40mm ออกไปทางมุมกว้างเล็กๆ และ F2.8 คงทำอะไรมากไม่ได้  อยากหน้าชัดหลังเบลอ ไปเล่น SLR ดีกว่าครับ  ส่วนรูปตัวอย่างที่มันหลังเบลอๆ ได้ ก็เพราะแสงมันน้อย เลยเปิด F กว้างสุด และผมก็ขยับกล้องไปหาแบบให้ใกล้สุดเท่าที่ทำได้ด้วย

000023 000028

 

ถัดมา ในเรื่องของการวัดแสง เท่าที่ลองถือว่าวัดแสงได้แม่นดี ไม่ได้แตกต่างจากกล้องที่ใช้วัดแสงแบบ CdS และแปะไว้อยู่ด้านบนของเลนส์

000025

 

สำหรับกล้องแบบ Full Automatic ที่คิดว่าเราปรับอะไรไม่ได้เลยนั้น ขอบอกอีกครั้งว่า ไม่จริง ตราบเท่าที่กล้องมันยังให้เราตั้งค่า ISO อยู่ เราสามารถชดเชยแสงให้ภาพมืด หรือสว่างกว่าปกติได้อยู่ ซึ่งของ Ricoh 35FM นั้นเราชดเชยได้ทีละ 1 Stop ผ่านทางการปรับค่า ISO นั่นแหล่ะ

000019

ถ่ายในที่แสงน้อยล่ะ?? คงจะสู้ใครไม่ค่อยได้ เพราะกล้องถูกจำกัดความเร็วชัตเตอร์ไว้ที่ 1/125 วินาที แถมรูรับแสงก็กว้างสุดแค่ F2.8 แล้วจะเอาอะไรไปสู้เค้า เจอแค่แสงในห้าง ในโบสถ์ ก็เต็มกลืนละครับ  แถมชัตเตอร์ B ก็ไม่มีมาให้นะขอรับ

000024 000030

มาว่ากันเรื่องสีสันของเลนส์กันบ้าง ผมว่าเลนส์จาก Ricoh ถ่ายทอดสีออกมาได้ดีทีเดียว ค่อนข้างให้สีสวยสด อย่างน้อยๆ ผมว่าสีสวยสดกว่า Minolta Hi-Matic F  แต่ตรงนี้ขึ้นกับความชอบมากกว่า แนวใคร แนวมัน

000042

 

ส่วนของความคมชัดนั้น อยู่ในระดับธรรมดา ไม่ได้ถึงกับแย่ แต่ก็ไม่ได้ดีมากมายอะไร พอใช้งานสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ตามที่กล้องวางไว้ แต่ส่วนตัว รู้สึกว่าดีกว่า  Minolta Hi-Matic F  อยู่เล็กน้อย ลองดูภาพครอป 100% ได้

000034 000034-1

 

สำหรับการโฟกัส วงแหวนปรับโฟกัสค่อนข้างง่าย มีช่วงกว้างตามที่ควรเป็นสำหรับเลนส์แมนนวล และดีตรงที่ Ricoh ใจดีวาดรูปสำหรับแต่ละระยะไว้ด้วย พร้อมกับทำล็อคในระยะตามรูปไว้ ถ้าใช้บ่อยๆ สามารถกะระยะได้โดยไม่ต้องละสายตาจากช่องมองภาพ

ส่วนเทคนิคเล็กๆ ของผมสำหรับการถ่ายกลางวัน และถ่าย Street ทั่วไป ผมจะปรับระยะไว้ที่ 3 เมตร ด้วยสภาพแสงที่เยอะๆ กล้องน่าจะวัดแสงได้ค่า F ราวๆ 11-22 ผมคิดว่า หากตั้งระยะโฟกัสไว้ 3 เมตร น่าจะใกล้เคียง Hyper Focal ทีเดียว ซึ่งผลออกมาก็ผ่านหลายรูปเหมือนกัน ทำให้สามารถถ่ายภาพ Street ได้รวดเร็วมากทีเดียว

000037 000044

000038 000043 000033

 สรุป 

สำหรับกล้อง Ricoh 35FM ตัวนี้ ด้วยน้ำหนักที่เบาและขนาดที่ไม่ใหญ่มาก ก็เหมาะสมสำหรับพกพาไปถ่ายทุกที่ แต่เฉพาะกลางวันเท่านั้น เย็นๆ หรือแสงน้อยๆ หมดสิทธิได้ภาพดีๆ ถ้าเข้าใจกล้อง และใช้งานจนคุ้นมือ ก็เป็นกล้องที่ดีตัวนึง แบตก็หาไม่ยาก

..แต่ข้อติดใจก็มีไม่น้อยทีเดียว เช่น ไม่มีชัตเตอร์ B,  ชัตเตอร์คงที่ที่ 1/125, ไม่มีตั้งเวลาถ่ายภาพ, ISO ปรับได้ทีละ 1 Stop, วัดแสงตลองเวลาไม่มีปุ่มเปิด/ปิด, และวัสดุกล้องดูไม่ดีไปนิดนึง….ถ้าวัดแสงทำงานดี สภาพสวย ราคาไม่แรง ก็น่าคบหาไว้สักตัวนะครับ

 

DSC_4541

 

 

10343 Total Views 2 Views Today
Email this to someoneShare on Google+Share on FacebookTweet about this on Twitter

Comments are closed.