[On Hand Review] RICOH JET

DSC_4165

รีวิววันนี้ผมขอเรียกว่า รีวิวแห้ง แล้วกันครับ เพราะว่ามีกล้องในมือ แต่ยังไม่ได้เอาใส่ฟิล์มไปลองถ่ายจริงๆ ฟิล์มค้างกล้องอื่นๆ อีกมากมาย ถ่ายกันไม่หมดซะที เก่ายังไม่ทันไป ใหม่มาอีกละ งั้นรีวิวคราวนี้ยังไม่มีรูปตัวอย่างจากกล้องตัวนี้นะครับ (มีเมื่อไหร่จะมาอัพเดทอีกที)

วันนี้ผมจะมารีวิวเบาๆ กับกล้อง Rangefinder ยี่ห้อ Ricoh จากแดนอุทิศอุทัย Ricoh เป็นกล้องอีกยี่ห้อที่ทำกล้องแนวคอมแพ็คออกมาได้ดี มีการออกแบบที่แตกต่างแฝงอยู่เสมอ

Ricoh Jet ตัวนี้ เป็นชื่อที่ใช้ในตลาดญี่ปุ่นเท่านั้น ในต่างประเทศจะใช้ชื่อรุ่นว่า Ricoh 500 ซึ่ง Ricoh Jet ก็จะเป็นหนึ่งในหลาย Model ของ Ricoh 500 ในตลาดต่างประเทศ

Ricoh Jet ผลิตวางจำหน่ายเมื่อปี 1959 ผลิตในประเทศญี่ปุ่น เป็นกล้อง Rangefinder ใช้ฟิล์ม 35 mm ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ Ricoh Jet จะมีอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น โดยต่างกันที่ตัวเลนส์ คือ จะมีเลนส์ Riken 45 mm f/2.8 วางจำหน่ายปี 1959 และเลนส์ Rikenon 45mm f/1.9 วางขายในปี 1960 เลนส์ทั้ง 2 ตัว ผลิตโดยโรงงาน Tomioka Optical

DSC_4169

ในส่วนของชัตเตอร์ใช้ชัตเตอร์จาก SEIKOSHA-SLV มีความเร็วชัตเตอร์ตั้งแต่ 1-1/500 sec และชัตเตอร์ B ในส่วนของการวัดแสงนั้น น่าเสียดายที่ Jet ไม่มีวัดแสงในตัว จะมีเพียง Scale แสดงค่า Exposure Value (Light Value) ซึ่งสำหรับคนที่เข้าใจค่า EV นั้นจะเพิ่มความสะดวกอย่างมากทีเดียว  สำหรับการโฟกัส Jet ใช้การโฟกัสแบบ Rangefinder (RF) ช่องมองภาพยังไม่ถึงสว่างมากนัก แต่ก็ใช้ได้ดี ขนาดช่องมองภาพและ RF ไม่เล็กไม่ใหญ่ มีขอบเฟรม Bright Line ชัดเจน

DSC_4172

สำหรับด้านบนกล้อง ก็จะไม่ต่างจากกล้องทั่วไป มีปุ่มชัตเตอร์ อยู่ด้านขวา (ซึ่งไม่มีช่องต่อสายชัตเตอร์)  มีตัวกรอฟิล์มอยู่ด้านซ้าย ปุ่มปลดล็อคสำหรับกรอฟิล์ม อยู่ด้านขวามือบริเวณที่วางนิ้วโป้ง ส่วนตัวนับฟิล์มก็อยู่ด้านบนทางขวามือเช่นกัน ซึ่งช่องนับเลขฟิล์มใช้ กระจกเป็นเลนส์นูน มองเห็นได้ชัดเจน และจะ reset ค่าอัตโนมัติเมื่อเปิดฝากล้อง

DSC_4171

สำหรับการออกแบบที่พิเศษของ Ricoh Jet น่าจะเป็นก้านขึ้นฟิล์ม ซึ่งอยู่ด้านล่างของกล้อง ถ้าอยู่ด้านล่างเฉยๆ คงไม่แปลกอะไร เพราะมีกล้องหลายรุ่นที่วางก้านขึ้นฟิล์มไว้ด้านล่างของกล้อง แต่ของ Ricoh นั้น ใช้วิธีดันไปด้านหน้าด้วยมือซ้าย (กล้องที่เคยเจอมักจะดึงมาด้านหลัง) ด้านปลายของก้านสามารถพับขึ้น-ลงได้ เวลาใช้งานก็พับลงมา จะช่วยให้นิ้วเกี่ยวได้ถนัดไม่หลุดออก ทำให้ขึ้นฟิล์มได้ไม่พลาด   การใช้ก้านขึ้นฟิล์มแบบนี้ ไม่ได้มีแค่รุ่นนี้ แต่ยังใช้ใน Ricoh อีกหลายๆ รุ่นด้วยครับ เช่น Ricoh Auto 35

DSC_4173

Jet

 

ส่วนของด้านล่าง แหวนสำหรับเปิดฝาหลัง เวลาเปิดฝาหลังให้หมุนไปที่ O (Open) ส่วน C (Close) คือ ปิดล็อคฝาหลัง การเปิดฝาหลังให้หมุนแหวนทั้ง 2 ฝั่ง ฝาหลังจะเปิดถอดออกมาทั้งอัน   วงแหวนด้านนึงจะสามารถตั้งค่าความไวแสง (ISO) ได้ ซึ่งตรงนี้เป็นการตั้งเพื่อช่วยจำเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อการถ่ายภาพใดๆ

DSC_4177

DSC_4176

ในส่วนการใช้งานนั้น อย่างที่บอกตอนแรกว่ายังไม่ได้ถ่ายจริง จึงไม่มีผลเรื่องภาพถ่าย แต่ Feeling ในการใช้งานนั้น ค่อนข้างดีทีเดียว การขึ้นชัตเตอร์ เสียงกลไก การขยับชิ้นส่วนต่างๆ ดีมากทีเดียว รู้สึกแน่นหนา ไม่ก็อกแก๊ก ส่วนของตัวบอดี้นั้น ใช้วัสดุค่อนข้างดีมากทีเดียว ดูแข็งแรงบึกบึน ย่อมแลกมาด้วยน้ำหนักที่พอควร ถึง 720 กรัม ส่วนขนาดก็ใหญ่ไม่ใช่เล่น น่าจะพอๆ กับ Yashica GSN หรือ Minolta Hi-Matic 11

สรุปว่า Ricoh Jet ตัวนี้นั้น มีจุดเด่นที่น่าสนใจที่เลนส์ มาจาก Tomioka ที่มีชื่อเสียงเรื่องการทำเลนส์คุณภาพ รวมทั้งกล้อง Ricoh Jet นั้นก็ถือว่าเป็นรุ่นนึงที่หาไม่ได้ง่ายนัก จึงน่าเก็บสะสมตัวนึง แต่ข้อเสียก็ด้วยขนาดและน้ำหนัก ใครจะพกพาใส่กระเป๋าติดตัวไปทุกวันๆ คงต้องคิดนึดนึงนะครับ

DSC_4180 DSC_4178

DSC_4181_eff-s

2382 Total Views 1 Views Today
Email this to someoneShare on Google+Share on FacebookTweet about this on Twitter

Comments are closed.