แนวทางสำหรับมือใหม่อยากได้กล้องฟิล์ม

แนวทางสำหรับมือใหม่อยากได้กล้องฟิล์ม

 ที่ผ่านมาเจอคำถามแนวนี้บ่อยเหมือนกัน  ว่าสำหรับ มือใหม่ หรือคนไม่รู้เรื่องกล้องฟิล์ม จะเริ่มต้นยังไง  ซื้อกล้องแบบไหนดี

คำถามดูสั้นๆ ง่ายๆ  แต่จริงๆ แล้วมันกว้างมาก และขึ้นกับองค์ประกอบหลายๆ อย่างมาก  ความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
จุดมุ่งหมายและความคาดหวังก็ไม่เหมือนกัน  ดังนั้นจะให้ฟันธงฉับๆๆ เลยก็ไม่ได้
เลยเขียนแนวทางพอให้กลับไปนึกคิดกันได้ เผื่อจะตอบคำถาม และหาความต้องการจริงๆ ของตนเองเจอ ไม่ต้องมาซื้อกับผมก็ได้
อยากให้เล่นกล้อง ถ่ายรูปด้วยความสุขก็พอแล้ว

ที่จะแนะนำต่อไปนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ อาจจะไม่ตรงกับใจหลายคนก็ได้นะครับ
ก็พยายามแนะนำเท่าที่ความรู้ และประสบการ์อันเล็กน้อยของผมจะพอแนะนำได้

อย่างแรกที่จะแนะนำเลย คือ ชนิดของฟิล์ม  ปัจจุบันฟิล์มที่หาซื้อได้ไม่ยากจะมี 2 ขนาด คือ 135 กับ 120
(อ่านเรื่อง ฟิล์มชนิดต่างๆ ได้ที่นี่ http://www.foto-analog.com/forum/index.php?topic=16.0)

สำหรับมือใหม่ แนะนำ 135 ดีกว่าครับ ฟิล์ม 135 หรือเรียกอีกอย่างว่าฟิล์ม 35 mm.  ก็คือฟิล์มทั่วไปที่เคยนิยมในอดีต
ถ้าคนเกิดทันก็พอนึกออก เป็นกลักฟิล์ม มีรูหนามเตย ยี่ห้อ Kodak, Fuji, Agfa อะไรพวกนี้

ฟิล์ม 135 หาง่ายกว่า 120 พอควร ราคาก็มีหลายราคาตั้งแต่ฟิล์มเนกาทีฟ 45 บาท ไปยันฟิล์มสไลด์ราคา เกือบ 300 บาท
กับรูปถ่ายประมาณ 36 รูป  รวมทั้งค่าล้าง+สแกนที่ต่ำกว่า  หารต่อรูปออกมาแล้ว ถือว่าไม่แพงครับ

ต่อมาในเรื่องของกล้อง แม้ว่าจะเล็งเฉพาะกล้องฟิล์ม 135 แล้วก็ตาม ก็ยังมีหลากหลายมากมายอยู่ดี
ผมอยากจะแนะนำตามอยากถ่ายรูปของเรา ว่าอยู่ระดับไหนครับ

1. คนที่อยากถ่ายแบบง่ายๆ หรือยังไม่แน่ใจว่าจะชอบถ่ายภาพด้วยฟิล์มหรือไม่
แนะนำกล้องประเภท กล้องกันน้ำ กล้องโดฟ กล้อง Toy กล้องสี่ตา หรือกล้องคอมแพ็คออโต้ เพราะเนื่องจากไม่ต้องปรับตั้งอะไรเลย
แค่ยกเล็งแล้วกด   และราคาก็ถูก ประมาณ 150 – 800 บาท ราคาไม่แพง หากเบื่อ หรือไม่ชอบ เลิกไปก็จะไม่เสียดายนัก

ข้อดี
– ราคาถูก
– ใช้งานง่ายมาก
– ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา

ข้อเสีย
– ส่วนมากถ่ายได้เฉพาะกลางวัน หรือเวลามีแสง/มีแดดเยอะๆ (ยกเว้นกล้องคอมแพ็คออโต้หลายๆรุ่น ที่ถ่ายได้ในหลายสภาพแสง)
– ด้วยความง่าย บางทีมันทำให้ได้ภาพดีๆยาก เนื่องจากใช้เทคนิคบางอย่างไม่ได้ เพราะปรับตั้งค่าไม่ได้
– ภาพที่ได้คุณภาพต่ำ ไม่คมชัด (แต่ถ้าโลโม่ก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่)
– ตัวกล้องไม่แข็งแรงทนทาน มักทำจากพลาสติก

ตัวอย่างกล้อง : กล้องกันน้ำ, กล้อง Toy, กล้องโดฟ, กล้อง 2/4 ตา, Vivitar PN2011, Vivitar Ultra Wide&Slim
กล้องคอมแพ็คออโต้ เช่น Nikon L35, Olympus Trip MD, Canon AF35


กล้องกันน้ำ
ที่มา : http://sostupidsillygirl.blogspot.com/


Vivitar PN2011
ที่มา : http://www.lomography.com/magazine/reviews/2009/03/12/vivitar-pn2011-hobos-horizon


Vivitar Ultra Wide&Slim
ที่มา : http://everythinglomo.blogspot.com/2008/02/vivitar-ultra-wide-and-slim.html


Nikon L35AF
ที่มา : http://www.d2gallery.com/cameras/nikon-l35af.html


Olympus µ [mju:]-II
ที่มา : http://www.thecamerasite.net/07_Viewfinder_Cameras/Pages/olytrip.htm

2. คนที่อยากถ่ายแบบไม่ยากนัก และอยากยืดหยุ่นมากขึ้น
แนะนำกล้องประเภทที่ปรับตั้งค่าได้ด้วย Picture Guide  กล้องประเภทนี้สามารถปรับรูรับแสง หรือความไวชัตเตอร์ ได้โดยจะมีรูป
หรือคำ เช่น รูปพระอาทิตย์ รูปเมฆ   หรือใช้คำว่า Sunny, Cloud, Haze มาแทนตัวเลขของค่ารูรับแสง/ความไวชัตเตอร์ ที่ดูยุ่งยากกว่า
รวมทั้งอาจจะต้องโฟกัสภาพเองด้วย

ข้อดี
– ราคายังถือว่าไม่แพงมาก
– ถ่ายภาพในสภาพแสงที่หลากหลายมากขึ้น
– สามารถใช้เทคนิคการถ่ายภาพได้มากขึ้น จากการปรับตั้ง หรือการโฟกัส
– ส่วนใหญ่ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา

ข้อเสีย
– ยังมีข้อจำกัดในสภาพแสงอยู่ดี แม้ว่าจะปรับตั้งได้บ้าง
– กล้องรุ่นที่ต้องโฟกัสภาพเอง อาจจะทำให้ถ่ายยากมากขึ้น  เพราะได้ภาพที่ไม่ชัดจากการกะระยะโฟกัสผิด
– กล้องประเภทนี้มีน้อย หายาก

ตัวอย่างกล้อง : Smena 8M, Smena Symbol, Beirette VSN, Beirette IV, Kodak ColorSnap35, Zeiss Ikon Symbplica


Smena Symbol 
ที่มา : http://camera-wiki.org/wiki/Smena_Symbol


Beirette VSN
ที่มา : http://camerapedia.wikia.com/wiki/Beier_Beirette_vsn


Kodak ColorSnap35 Model 2
ที่มา : http://www.flickr.com


Ziess Ikon Symbolica
ที่มา : http://photokej.wordpress.com/2007/12/26/zeiss-ikon-symbolica-ii

3. คนที่อยากจริงจังกับการถ่ายรูป เรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพ
สำหรับคนที่อยากจะเรียนรู้การถ่ายภาพ การควบคุมแสง การปรับตั้งค่าต่างๆ การโฟกัส หรือภาพที่ใช้เทคนิค
เป็นกล้องที่ต้องคิดมากหน่อย ในการถ่ายภาพ ต้องปรับตั้งต่าต่างๆ เอง  แต่ก็แลกมากับการที่สามารถใช้เทคนิคต่างๆ
ที่ทำให้รูปถ่ายสวยขึ้นได้
กล้องในหมวดนี้ จะค่อนข้างหลากหลายแบบ กล้องบางรุ่นก็ยากในการที่จะได้ภาพ แต่บางตัวก็ง่ายที่จะได้ภาพ
เช่น มีระบบวัดแสงในกล้อง ซึ่งแค่ตั้งค่าให้เข็มวัดแสงอยู่ตรงกลางแล้วถ่าย ก็ได้ภาพแล้ว
หรือบางรุ่นอาจจะมีโหมด Auto ด้วยซ้ำแค่หมุนไปที่ auto  แล้วก็โฟกัส และถ่ายเท่านั้น

ข้อดี
– สามารถใช้เทคนิคการถ่ายภาพ เพื่อสร้างสรรค์ภาพได้มากขึ้น
– ถ่ายได้หลากหลายสภาพแสงมากขึ้น
– ภาพที่ได้มีคุณภาพ เนื่องจากมักเป็นกล้องระดับที่สูงมากขึ้น
– สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ในบางรุ่น
– คุณภาพกล้องดี ทนทาน แข็งแรง
– ใช้งานง่ายในบางรุ่น ที่มีโหมดออโต้ต่างๆ

ข้อเสีย
– ต้องใช้พื้นฐานการถ่ายภาพเบื้องต้น
– ราคาสูง
– โฟกัสยาก ในบางรุ่น
– ใช้งานยากในบางรุ่น โดยเฉพาะที่ไม่มีวัดแสง

ตัวอย่างกล้อง : Agfa Silette, Olympus OM, Nikon SLR, Canon SLR, Pentax SLR, Kodak Retinette, Kodak Retina,
Voigtlander Vito, Canon Canonet QL, Minolta Hi-Matic, Yashica GSN


Kodak Retinette IIB
ที่มา :http://www.flickr.com/groups/1120880@N21/pool/29354494@N02/


Minolta Hi-Matic 9
ที่มา : http://www.thecamerasite.net/02_Rangefinders/Pages/minoltaal.htm


Olympus OM10
ที่มา : http://teamleos.sblo.jp/category/612630-1.html


Nikon F90
ที่มา : http://www.mir.com.my/rb/photography/companies/nikon/htmls/models/htmls/slr9294.htm

ผมแบ่งคร่าวๆ ออกมาตามนี้ครับ  อาจจะกว้างไปบ้าง กล้องบางรุ่นอาจจะก้ำกึ่งระหว่างบางข้อ
หรือกล้องบางตัวอาจจะระดับจริงจัง แต่ใช้งานง่ายก็มี
เอาเป็นว่าน่าจะพอเป็น Guide Line ได้บ้างไม่มากก็น้อย สำหรับบางคนนะครับ

link ที่เกี่ยวข้อง
กล้องฟิล์มถ่ายรูปแต่ละชนิด มีอะไรกันบ้าง?? >> http://www.facebook.com/note.php?note_id=169935603082695
มารู้จักฟิล์มถ่ายภาพขนาดต่างๆ กันดีกว่า >> http://www.foto-analog.com/forum/index.php?topic=16.0
กฏ Sunny 16 >> http://www.facebook.com/note.php?note_id=129743803768542

Rungtham
FotoAnalog

4538 Total Views 1 Views Today
Email this to someoneShare on Google+Share on FacebookTweet about this on Twitter

Comments are closed.