เมื่อกล้องไม่มีที่วัดแสง กฏ Sunny 16 ช่วยได้

เผยแพร่ครั้งแรก May 9, 2011 at 3:09pm

 

     สำหรับคนเล่นกล้องเก่า  หรือเลนส์มือหมุน หลายคนย่อมเจอกับปัญหาเรื่องการวัดแสงไม่ได้ จะเนื่องจากวัดแสงเสีย วัดแสงไม่เสียแต่หาแบตไม่ได้ หรือว่าเลนส์มือหมุนกับกล้อง DSLR แล้วไม่สามารถวัดแสงได้ ทั้งหมดนี้ก็ต้องมาวัดแสงด้วยใจแทน  ผมก็เป็นคนนึงที่เจอปัญหาประมาณนี้  เลยต้องย้อนกลับมาใช้กฏ Sunny16 ที่เคยรู้จัก แต่ไม่เคยใช้จริง ขุดกลับมาศึกษาและใช้งานจริงๆ สักที

หลังจากได้ลองไปบ้างแล้ว วันนี้ก็เลยมาแนะนำเล่าสู่กันฟังครับ

พื้นฐานง่ายๆ ของกฏ Sunny16 ไม่มีอะไรมากเลย  แต่นำไปใช้นั้นไม่ง่ายเหมือนกันครับ  หลักการมีอยู่แค่ว่า  “ในสภาพแสงแดดจัด (Sunny)  เราจะได้แสงพอดีเมื่อ ตั้งรูรับแสงที่ f/16 และชัตเตอร์ที่ 1/ISO”

 สั้นๆ ง่ายๆ  แต่ใช้จริง มีมึนครับ

ตัวอย่างเช่น หาเราถ่ายภาพกลางแดด เราใช้ฟิล์ม ISO 200  เราจะได้แสงพอดี เมื่อเราตั้งค่ารูรับแสงที่ f/16 และ ชัตเตอร์ที่ 1/200 หรือ 1/250 โดยประมาณ

หรือถ้าเราใช้ฟิล์ม ISO 400  เราก็ตั้ง f/16 และ 1/400 (หรือค่าใกล้เคียงอย่าง 1/500)

 แต่ปัญหาที่ผมเจอมาจริงๆ มี 2 เรื่องครับ

1. แล้วในร่มล่ะ ในตึก ตอนเย็น  เราใช้เท่าไหร่

2. เราไม่ได้ต้องการ f/16 ล่ะ เราอยากละลายฉากหลัง อยากใช้ f/4, f/2.8 ล่ะ

     ซึ่งปัญหาข้อ 1 และ 2 ควรจะต้องเข้าใจความสัมพันธ์ของ รูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ และค่าความไวแสง (ISO) กับเรื่องของ f-number (ตามลิงค์นี้ครับ http://foto-analog.com/blog/?p=71) 

1. เมื่ออยู่ในร่ม หรือแค่เมฆมาบัง แค่นี้สภาพแสงก็เปลี่ยนไปแล้วครับ ปริมาณของแสงเค้าจะใช้หน่วยที่เรียกว่า EV (Exposure Value) เมื่อแสงลดลง ค่า EV ก็จะลดลงไปด้วย (หรือส่วนใหญ่จะเรียกว่า stop เช่น แสงลดลง 2 stop เป็นต้น) 

สำหรับค่า ISO100  ค่า EV ที่กลางแดด มีค่าเท่ากับ 16  เมื่อแสงลดลง ก็จะลดลงตามไปด้วย ตรงนี้แหล่ะ คือ ส่วนสำคัญ ว่า แสงลดลงกี่ stop เพื่อนำไปใช้กับกฏ sunny 16 ได้  พูดง่ายๆ ก็คือ เราต้องรู้ (หรือจำ) ได้ว่า แสงเท่านี้ต่างจากแสงกลางแดดกี่ stop เช่น  ที่กลางแจ้ง แต่มีเมฆมาบังพอควร  แสงจะลดลง 3 stop  หรือ ในที่ร่ม แสงอาจจะลดลงมากถึง 6-7 stop

เมื่อเราก็นำค่านี้ไปใช้กับ sunny16 คือ
หากเราใช้ฟิล์ม ISO 100

สภาพกลางแดด เราตั้งค่า f/16, 1/125 (1/100 เป๊ะๆ มักไม่ค่อยมี)

พอท้องฟ้ามีเมฆมาบังแสง  แสงจะลดลง 3 stop เราต้องตั้งค่า f/5.6, 1/125  หรือ f/16, 1/15 เป็นต้น (ตรงนี้ต้องเข้าใจเรื่อง f-stop ก่อน)

 ** ระยะ 1 stop ของรูรับแสง มี  f/2.0, 2.8, 4.0, 5.6, 8.0, 11, 16, 22, 32,…

** ระยะ 1 stop ของความเร็วชัตเตอร์ มี 1, 1/2, 1/4, 1/8, 1/15, 1/30, 1/60, 1/125, 1/250, 1/500, 1/1000,…

     ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรสภาพแสงไหน แสงลดลงกี่ stop  ตรงนี้หากใช้กล้องดิจิตอลควบคู่ จะช่วยให้เดาได้เร็วขึ้น ผมจึงใช้วิธีศึกษาจากรูปที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล เปิดดู Exif file เอา และจำเอาครับ  และผมใช้ตารางนี้ในการอ้างอิง

 

 ** จาก Wikipedia

 

2. สภาพแสงไม่เปลี่ยน แต่อยากเปลี่ยนค่ารูรับแสง หรือความเร็วชัตเตอร์  เรื่องนี้ก็ต้องเข้าใจเรื่อง f-stop ก่อนเช่นกัน แต่โดยทั่วไปกล้องสมัยก่อน ความเร็วชัตเตอร์ มักห่างกัน 1 stop อยู่แล้ว  และเลนส์ มักห่างกัน 1/2 stop หรือ 1 stop (กล้องสมัยใหม่ห่างกัน 1/3 stop)  

เช่น จากตัวอย่างก่อน 

หากเราใช้ฟิล์ม ISO100

สภาพกลางแดด เราตั้งค่า f/16, 1/125  แต่เรา อยากถ่ายรูปคน ให้หลังเบลอๆ หน่อย  เราต้องการรูรับแสงกว้างๆ สัก f/4  ซึ่ง f/16 กับ f/4 ต่างกัน 4 stop  เมื่อรูรับแสงกว้างขึ้น แสงเข้าย่อมมากขึ้น เราก็ต้องปรับให้ชัตเตอร์เร็วขึ้น เพื่อให้ได้แสงเท่าเดิม เราจึงต้องปรับความเร็วชัตเตอร์ให้เร็วขึ้น 4 stop เท่ากัน  เราจะได้ ความเร็วชัตเตอร์จาก 1/125 เป็น 1/2000 

สรุปว่า f/16 ที่ความเร็วชัตเตอร์ 1/125  กับ f/4 ที่ความเร็วชัตเตอร์ 1/2000 จะได้แสงปริมาณเท่ากัน  แต่ภาพออกมาแตกต่างกันในเรื่องระยะชัดลึก (DOF)

 

เท่านี้ล่ะครับ ที่ผมได้อ่าน และศึกษาคร่าวๆ และได้ลองใช้งานจริง  อย่างน้อยก็ดีกว่าวัดแสงด้วยใจล้วนๆ กล้อง DSLR กับ เลนส์มือหมุนคงไม่เท่าไหร่ เรากดดูหลังกล้องได้  แต่กับกล้องฟิล์ม 555  ลุ้นกันหลังล้างอย่างเดียว 

ข้างล่างนี่เป็นตัวอย่างนะครับ จากกล้องดิจิตอล 

 

 รูปนี้กลางแดดเปรี้ยงๆ ครับ  ค่าจาก exif file คือ  ISO200  f/11, 1/500

ถ้าปรับตาม sunny16 คือ f/16, 1/250  ซึ่งเห็นหว่า f/11 กับ f/16 ต่างกัน -1 stop และ 1/500 ต่างกับ 1/250 อยู่ +1 stop

ซึ่งค่า ค่า f/11, 1/500 กับ f/16, 1/250 ได้ปริมาณแสงเท่ากัน

 

 

 รูปนี้ในร่มครับ  ปกติในร่มเนี่ย ผมจะให้แสงน้อยกว่าอยู่ประมาณ 5-6 stop

ค่าจาก exif อยู่ที่ ISO 200, f/5.6, 1/200  ซึ่งแสงลดลงจาก sunny16 อยู่ 3 stop

จะเห็นว่าภาพยัง under อยู่หน่อยๆ ประมาณ 1-2 stop ถ้าใช้ f/4 หรือ f/2.8 แสงก็จะพอดีกว่านี้

 

 

 

รูปสุดท้ายครับ  ผมถ่ายในรีสอร์ท  ข้างนอกเป็นเวลาบ่าย แต่ฝนตกอยู่

ซึ่งสภาพแสงประมาณนี้  อาจจะลดลงไปถึง 7-8 stop  (ดูตารางข้างบนก็ได้ครับ)

ค่าจาก exif file คือ ISO 200, f/1.8, 1/60  ซึ่งค่านี้ห่างจาก sunny16 อยู่ 8 stop

 

เท่านี้หล่ะครับ  ลองไปเล่นกันดูได้ครับ เป็นแนวทาง  แต่ผมใช้แล้ว แทบไม่มีรูปเสียครับ แต่สิ่งสำคัญคือ ควรเข้าใจเรื่องการวัดแสงเบื้องต้น เข้าใจความสัมพันธ์ต่างๆ และเรื่องของ f-number 

เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยสำหรับ Sunny16 กับกล้องฟิล์ม

ปกติกล้องฟิล์มเก่าๆ หลายรุ่น มักจะมีค่าความไวชัตเตอร์ไม่มาก เช่น 1/30, 1/60, 1/125, 1/250 กล้องบางตัวที่ปรับ ISO และั ความไวชัตเตอร์ เป็นตัวเดียวกันเลย ดังนั้น หากเพื่อความง่าย เราจึงตั้งค่าชัตเตอร์ให้เท่ากับ ISO ของฟิล์มค้างไว้เลย  เช่น ใช้ฟิล์ม ISO 100  ก็ตั้งความไวชัตเตอร์ 1/125 แล้วก็ตั้ง f/16 ไว้ สำหรับถ่ายกลางแดด  จากนั้น ก็ปรับแต่รูรับแสงให้กว้างขึ้น เมื่อสภาพแสงลดน้อยลง

 

ตัวอย่างภาพจากกล้องฟิล์มที่ใช้กฏ Sunny 16 ช่วย

000004 จากกล้อง Argoflex EF ฟิล์ม Kodak Portra 160

 

000016

รูปจาก Zorki 4 Film Ilford PAN 100

 

000026รูปจาก Beirette VS Film Kodak ColorPlus

000027

รูปจาก Voigtlander Vito C Film Kodak ProImage 100

 

By Rungtham

All Right Reserved 2011. FotoAnalog

14657 Total Views 16 Views Today
Email this to someoneShare on Google+Share on FacebookTweet about this on Twitter

Comments are closed.