มารู้จักการควบคุมแสงแบบเบื้องต้นกันสักนิด

ในการถ่ายภาพแบบโลโม่ ส่วนใหญ่อาจจะไม่เน้นในเรื่องทฤษฎีมากนัก แต่เน้นไปที่อารมณ์ ตาม Concept “Don’t Think, Just SHOOT!”

แต่บางทีถ้าเราไม่รู้อะไรเลย อาจจะทำให้เราไม่ได้ภาพเลยก็ได้เช่นกัน หรือได้ภาพไม่ตรงใจ แล้วอาจจะพาลพาให้เบื่อการถ่ายภาพไปเลยก็ได้  โดยอย่างยิ่ง กล้องฟิล์ม ที่ไม่สามารถเห็นผลของภาพทันทีหลังกดชัตเตอร์  ต้องรอจนหมดม้วน ส่งไปล้าง เห็นภาพ อ้าว ลืมไปแล้ว ว่าตอนนั้นตั้งค่ายังไง

ดังนั้น เราเข้าใจเรื่องการควบคุมแสงเบื้องต้นไว้บ้าง ก็เป็นอันดี ช่วยให้เราเข้าใจกล้อง เข้าใจข้อจำกัดของกล้อง ก็จะสนุกกับการชักภาพมากขึ้น

 การถ่ายภาพคือการบันทึกสภาพแสง ไม่ว่าจะบันทึกลงแผ่นฟิล์ม หรือเซ็นเซอร์ก็ตาม  ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการควบคุมมันให้ได้ คือ “แสง”

ในตอนนี้ผมจะไม่พูดเชิงลึก  ในเรื่องการชดเชยแสงใดๆ  ขอพูดแค่การควบคุมอย่างง่าย และความสัมพันธ์ของสิ่งที่มีผลต่อแสงที่จะบันทึกลงบนฟิล์มเท่านั้น

 ในการควบคุมแสง จะมีแค่เพียง 3 สิ่งเท่านั้น ที่มีผลต่อปริมาณแสงที่ผ่านเลนส์สู่ฟิล์ม คือ ความไวชัตเตอร์ (Shutter Speed), ขนาดรูรับแสง (Aperture) และค่าความไวแสง (ISO)

3 สิ่งนี้มีความสัมพันธ์กัน

 

ความไวชัตเตอร์  คือ ความเร็วการเปิด-ปิด ชัตเตอร์  เปิดนาน-แสงผ่านเยอะ ภาพอาจจะสว่างเกิน เปิดเร็ว-แสงผ่านน้อย ภาพอาจจะมืดเกิน  ความไวชัตเตอร์ จะบอกเป็นหน่วยของเวลา  คือ วินาที (s)  เช่น 1/30s, 1/125s  แต่ในกล้องหลายๆรุ่น มักจะละเศษส่วนไป และเขียนเพียง 30 หรือ 125

 

 

 

 ขนาดรูรับแสง  คือ ขนาดของรูที่ให้แสงผ่าน  ปกติรูนี้จะอยู่ที่เลนส์  ปรับให้กว้าง-แคบได้   เปิดกว้าง-แสงผ่านเยอะ  ภาพอาจจะสว่างเกินไป  เปิดแคบ-แสงผ่านน้อยกว่า  ภาพอาจจะมืดเกินไป รูรับแสง จะบอกเป็นค่า f-stop  หามายังไงอย่าเพิ่งสน รู้แค่ว่า จะเป็นค่า f/2.8,f/8 หรือ F2.8, F8  เลขยิ่งน้อย ขนาดรูรับแสงยิ่งกว้าง

 

 

ค่าความไวแสง เป็นค่าความไวต่อแสงของสารเคมีบนฟิล์ม ดังนั้นค่าความไวแสงจะขึ้นกับฟิิล์มที่ใช้  ตัวเลขยิ่งมาก ยิ่งมีความไวต่อแสงมาก ส่งผลให้ภาพสว่างเกินไปได้  ถ้าตัวเลขน้อย ค่าความไวแสงจะต่ำกว่า และส่งผลให้ภาพอาจจะมืดกว่า ค่าความไวแสง จะบอกเป็นตัวเลข ตามมาตรฐาน ISO (ASA) กับ DIN หลังๆ จะใช้ค่า ISO เป็นหลัีก คือ ISO100, 200, 400 เป็นต้น

 

 

การถ่ายภาพให้ใกล้เคียงที่ตาเราเห็น นั้นกล้องต้องการปริมาณแสงพอดีที่ค่าๆ นึงเท่านั้น  เราจึงต้องปรับทั้ง 3 สิ่งนี้ เพื่อให้ได้ปริมาณที่พอดี

 *** ในสมัยก่อนเค้าได้วางแนวทางปรับตั้งค่าต่างๆ เพื่อให้ได้แสงพอดีไว้ นั่น คือ “กฏ Sunny 16” นั่นคือ หากเราถ่ายภาพเวลากลางแดด  เราได้จะภาพที่ปริมาณแสงพอดีเมื่อ ปรับค่ารูรับแสงที่ f/16 และใช้ค่าความไวชัตเตอร์เท่ากับ 1/ISO *** 

(อ่านเพิ่มเติม http://www.facebook.com/note.php?note_id=129743803768542 )

 ดังนั้น ในการควบคุมปริมาณแสง ขอสรุปง่ายๆ ว่า

 1. ถ้าภาพมืดไป  แสดงว่าปริมาณแสงน้อยไป เราสามารถเพิ่มปริมาณแสงได้โดย 1) ปรับความไวชัตเตอร์ให้ช้าลง หรือ 2) เพิ่มขนาดรูรับแสง หรือ 3) เปลี่ยนฟิล์มที่มีความไวแสงมากขึ้น

 2. ถ้าภาพสว่างเกินไป  แสดงว่าแสงมากเกินไป  เราต้องลดปริมาณแสงโดย 1) ปรับความไวชัตเตอร์ให้เร็วขึ้น หรือ 2) ปรับขนาดรูรับแสงให้แคบลง หรือ 3) เปลี่ยนฟิล์มให้มีค่าความไวแสงน้อยลง

 เคยมั้ยครับ ใช้พวกกล้องกันน้ำ  ถ่ายกลางแดดดีๆ ภาพก็ออกมาสวย  แต่พอไปถ่ายในห้อง ในร่ม หรือตอนเย็นๆ ภาพดันเสีย มืดมองไม่เห็น  นั่นก็เพราะกล้องกันน้ำ  หรือกล้องโดฟ  กล้องพวกนี้จะมีค่าความไวชัตเตอร์คงที่ แค่ความเร็วเดียว  และมีขนาดรูรับแสงที่ขนาดเดียวเท่านั้น  และทั้ง 2 ค่านี้ เค้าออกแบบมาให้ได้แสงพอดีเมื่อถ่ายกลางวันกลางแดดเท่านั้น  เมื่อเราเอาไปถ่ายในที่แสงสว่างน้อยกว่า  ภาพก็จะมืดลง  และถ้าแสงน้อยมากๆ  ภาพก็จะมืดจนเสียนั่นเอง  ทางแก้มีได้ 2 ทาง คือ ใช้ฟิล์มที่มีความไวแสงสูงขึ้น  หรือเพิ่มแสงโดยการใช้แฟลช หรือไฟส่อง

 อ่านตอนแรกนี้จบคิดว่า สำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลย น่าจะพอรู้ได้คร่าวๆ แล้วว่า ภาพสว่างเพราะอะไร ภาพมืดเพราะอะไร นอกจากการปรับค่าทั้ง 3 เพื่อให้ได้แสงที่พอดีแล้ว ครั้งหน้าจะพูดถึงความสัมพันธ์ของ ทั้ง 3 สิ่งนี้กันต่อครับ

 สงสัยอะไรถามได้ครับ  ตอบได้ก็จะตอบ  ถ้าตอบไม่ได้ ก็จะพยายามไปหามาตอบครับ

 ขอบคุณครับ

 

7173 Total Views 4 Views Today
Email this to someoneShare on Google+Share on FacebookTweet about this on Twitter

One thought on “มารู้จักการควบคุมแสงแบบเบื้องต้นกันสักนิด

  1. ถ้าเป็นกล้อง olympus pus trip 35 นี่จะปรับแสงยังไงดีคะ ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน ขอบคุณคะ